บล.เอเชีย พลัส เตรียมรับแรงกระแทกจากตลาดหุ้นโลก
บล.เอเชีย พลัส เตรียมรับแรงกระแทกจากตลาดหุ้นโลก มองกนง. ลดดอกเบี้ย หนุนตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงในคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี กดดันให้ดัชนี NASDAQ ร่วงลง 1.8% และ S&P500 ลดลง 1.2% ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อความคุ้มค่าในการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังราคาหุ้นปรับขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นตลาดยังถูกซ้ำเติมจากกระแสข่าวว่า Blue Owl Capital ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของ Oracle ไม่เข้าร่วมลงทุนในโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในรัฐมิชิแกน ส่งผลให้เกิดแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
- การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน 2568 ในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ซึ่งตลาดคาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3.1% เมื่อเทียบรายปี ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี
- ความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน หลังการสถานะ Yen Carry Trade ผ่อนคลาย เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 และอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะยาว (Neutral Rate) ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่เพิ่งปรับลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นแคบลง
โฟกัสในประเทศ กนง. ลดดอกเบี้ย หนุนตลาดหุ้นไทย
ด้านในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.25% ตามคาด เพื่อรับมือเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะ “ซึมและมีความเสี่ยง” พร้อมปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2569 เหลือเพียง 1.5% จากปัจจัยลบทั้งปัญหาน้ำท่วม ค่าเงินบาทแข็งค่า และความไม่แน่นอนจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และทำให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนกำไรต่อราคาหุ้น (MEYG) ปรับขึ้นสู่ระดับราว 5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปีอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งหากในปีหน้า กนง. ยังเปิดโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม จะยิ่งหนุนให้หุ้นไทยอยู่ในระดับ “ถูก” และน่าสนใจมากขึ้น
Region Radar – Thai Focus
- Eli Lilly ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดยา GLP-1 โดยล่าสุดมีส่วนแบ่งตลาดยาลดน้ำหนักในสหรัฐฯ แซงหน้า Novo Nordisk และในช่วงปี 2026–2027 มีแผนเปิดตัวยารุ่นใหม่ แนะนำเก็งกำไรหุ้น Eli Lilly (DR: LLY80)
- ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยี Micron Technology เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง รายได้รวม 13.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 57% YoY และกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 4.78 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 167% YoY คาดเป็นแรงหนุนเชิงบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ เช่น SK Hynix และ Micron Technology
Synapse Strategy
นักวิเคราะห์มองว่า หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นญี่ปุ่นยังมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และลดความเสี่ยงจากประเด็น Yen Carry Trade ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล โดย Dividend Yield อยู่ที่ราว 4.3% สูงกว่าหลายตลาดโลก และสูงกว่าดัชนี S&P500 ที่ราว 1.2%
การลดดอกเบี้ยของ กนง. ทำให้ช่องว่าง Dividend Yield Gap ขยายขึ้นสู่บริเวณประมาณ 3% ใกล้เคียงกับช่วงปี 2016 และ 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่เงินทุนต่างชาติไหลเข้า แนะนำหุ้นปันผลสูงที่มีสัญญาณผู้บริหารซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง ได้แก่ MAJOR, CPF และกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง ERW
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB